ว้าว พอจะว่างได้เขียนอะไรแบบนี้ซักที จริงๆ แล้วไม่ค่อยชอบเขียนแบบนี้เท่าไรนะ 555 แต่ที่เขียนเพราะว่า มันตื้นตันใจซะไม่มี
ชีวิตการทำงานมันยุ่งยากจริง ๆ กับการเป็น programmer ที่ต้องนั่งศึกษาความรู้ต่าง ๆ อย่างไม่หยุดยัง ต้องมีอะไรใหม่ ๆ เข้ามาตลอด และพร้อมที่จะศึกษาสิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ล้าสมัย หรือตามคนอื่น แต่ว่าเรากลับไม่ค่อยจะได้ศึกษา หรือศึกษาเพิ่มเติ่มซักเท่าไร เพราะว่า ตัวเองชอบเล่นดนตรี ด้วยอยากเล่นดนตรี กลางคืน จากคนที่เคยเล่นมาหลายปี แล้่วต้องมาหยุดเล่นทำงานกลางวัน มันรู้สึกว่า มันอึดอันอย่างบอกไม่ถูก เลยตัดสินใจไปเล่น ทำให้เวลาในการศึกษาหาความรู้แทบจะไม่มี เอาซะเลยทำให้รู้สึกว่าตัวเองเริ่มช้าความรู้ไม่ค่อยจะเพิ่มซักเท่าไรเลยตัดสินใจ และคิดว่า เออ เราคงโดนไล่ออกแน่เลยหวะ เลยตัดสินใจว่า อยากทำงาน ที่ไม่ต้องศึกษาแบบ บ้าระห่ำ ขนาดนี้ อยากมีเวลาเล่นดนตรี เหลือเวลา ก็เอาไว้ศึกษาเพิ่มเติม ด้วย แต่ช่วงนี้งานยุ่งเหลือเกิน
เราก็เลยบอกกับ หัวหน้าไปว่า พี่ครับ โปรเจคนี้ อีกกี่เดือนถึงจะเสร็จ ครับ ถ้าหมดโปรเจค นี้ผมขอลาออกนะครับ เขาก็ถามว่าทำไมอะ ก็บอกว่า ผมรู้สึกว่า ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยศึกษาหาความรู้สักเท่าไร ผมเกรงใจพี่มากเลย และก็คิดว่า ถ้านานไปผมคงโดนไล่ออกแน่ ผมสู้ ออกเองดีกว่า 555 เขาก็ถามว่า แล้วจะไปทำงานอะไร ก็เลยบอกว่าจะไปทำ Asus ครับเขาก็ถามอีกว่า เขารับแล้วหรอ ผมก็บอกว่า จริง ๆ แล้วเขาต้องการภายในเดือนหน้านี้หละครับ แต่ผมคิดว่าคงจะทำงานส่วนนี้ให้เสร็จก่อนครับ เพราะว่าจะได้ช่วยพี่ตอนนี้ พี่ยุ่งมาก ผมไม่อยากทิ้งเท่าไร
แต่พีี่กลับบอกว่า เออ คุณไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าโอกาสตรงนั้นมีแล้ว คุณรีบคว้าไว้ ถ้าปล่อยผ่านอาจจะเสียโอกาสนะ เอาเป็นว่าไม่ต้องห่วง คุณไปสมัครไว้เลย (หรือว่าเขาจะไล่เราอยู่แล้ว อิอิ) เราก็เลย ลางานไปหนึ่งวันเพื่อไปสมัครงาน พออีกวันนึงก็เข้ามาทำงานปกติ พี่เขาก็ถามว่า เป็นไงบ้างไปสมัครงานมา ในใจคิดละโห พี่จะดีไปไหนเนี่ย ห่วงลูกน้องขนาดนี้ ในใจแทนที่จะมีเคืองที่ผมออกไปกลาง ๆ ผมก็บอกไปว่าวันนีั้แค่กรอกใบสมัคร ใบสัมภาษณ์ แล้วก็ให้งานกลับมาทำชิ้นนึง อาทิตย์หน้าให้มา present กับพวกเขาใหม่ครับ เขาก็โอเค ดีแล้ว ๆ
แล้วพรุ่งนี้ก็ต้องไป (วันนี้วันที่ 1 กย) ต้องลางานอีกวัน เพื่อไป present ตอนจะกลับบ้าน หัวหน้าก็ถามว่า เตรียมตัวหรือยัง เออเราคิดว่าเห้ย เจ้านายจะดีไปไหนเนี่ย ดีไม่เลิกนะ 555 เราก็บอกว่ เตรียมตัว present แล้วครับ เขาก็บอกว่า เออ ไหนคุณ present ให้ผมฟังหน่อย ผมเป็นหัวหน้า ผมมองคนออกว่าจะรับคนแบบไหนเข้าทำงาน ถ้าอันไหนไม่ดี ผมจะได้ บอกหรือไปแก้ได้ คุณจะได้ทำงาน บอกตามตรงว่าตอนนั้น น้ำตามันซึม ๆ นะ แบบว่า อะไรเนี่ย ทำไมเป็นห่วงเราขนาดนี้ บอกตามตรงว่า วินาทีนั้นคิดว่าไม่อยากไปสมัครแล้ว อยากช่วยงานพี่เขาจนจบ ก่อน แล้วค่อยออกดีกว่า
แต่ก็คิดหละว่า เรานัดฝั่งนั้นไว้แล้วถ้าไม่เอาก็เสียอีกกลายเป็นตอนนี้ อยากอยู่ช่วย แต่ว่า ต้องไป เออเลยทำไงดีเนี่ย แต่จริง ๆ แ้ล้วก็ต้องไปนะหละ
ที่พิมพ์ ๆ มาเนี่ย คือมันรู้สึกดีใจว่า เออ เจ้านาย ๆ ดี ๆขนาดนี้ แบบว่าสุดยอด มาก ที่ทำงานใหม่ ก็ไม่แน่ใจว่าเจ้านายจะนิสัยยังไง จะดีแบบนี้หรือเปล่า
ชีวิตเราจะเจอหัวหน้าแบบนี้อีกซักกี่คน อาจจะเป็นคนแรกและคนสุดท้าย หรือเปล่าก็ไม่รู้ที่ดีกัีบเราขนาดนี้
ฮ่า ๆ แว๊บ ไปละ
... .